งานประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จะไม่มีวันจางหายไปจากความทรงจำของชาวนครนายกเลย เพราะวันนี้คงเรียกได้ว่าเป็น “วันวัดใจ ของชาวจังหัดนครนายก” เลยก็ว่าได้ ถ้าให้เล่าถึงงานตักบาตรครั้งนี้ สักกี่ร้อยครั้งพันครั้ง ก็คงจะพูดได้คำเดียวครับว่า “ประทับใจจริงๆ”
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ ล้วนเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่ไม่ว่าจะเป็น พระอาจารย์ ผู้ประสานงาน ผู้นำบุญ ชมรม R&DTC รวมทั้งน้องๆจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ หันตรา วิทยาลัยอาชีวศึกษา และวิทยาลัยการต่อเรือ ก็ช่วยเตรียมงานกันแบบคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานกันอย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว
คราวนี้ กระผมจึงหันมาสนใจและอ่านหนังสือพระพุทธศาสนา เมื่อได้อ่านจึงทราบว่า ความหมายของการบวชนั้นคืออะไร บวชไปก็เพื่อตัดความกังวลในเรื่องครอบครัว หากสิ่งที่สละได้ยาก แต่สามารถสละได้ สิ่งที่กระทำได้ยาก แต่สามารถกระทำได้ อย่างนี้จึงจะสามารถมีความเป็นอิสระ พบกับความสุขของชีวิตที่แท้จริง
พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นบุคคลที่สุดยอดและยอดที่สุดมากๆเลยค่ะ เสียสละทุกอย่าง หาบุญที่สุดยอด มาให้ลูกๆได้ทำ คอยจ้ำจี้ จ้ำไช นี่ถ้าลูกยังไม่เข้าวัด ไม่ได้ดู DMC ชีวิตก็คงยังลอยเคว้ง ไม่ได้มาทำบุญรื้อผังจนและได้ทำบุญใหญ่ๆอย่างนี้ ลูกอยากบอกกับทุกคนทั่วโลกค่ะว่า “บุญนี้ใหญ่จริงๆค่ะ รีบมาคว้าบุญนี้กันนะคะ ครอบครัวของเราลำบากสุดแสน ยังทำได้ ครอบครัวของเราทำได้ คุณก็ทำได้”
นึกให้เห็นดวงให้ได้ ถ้าใครหยุดใจได้จะปรากฏเป็นดวงใสแจ่มโตเท่ากับแก้วตา ขยายขึ้นโตก็เท่ากับ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ใสสะอาดเหมือนเพชรไม่มีขนแมว โตเท่ากับแก้วตา นี่เป็นคำพูดของหลวงพ่อ พวกผมจำกันได้ ท่านจะพูดอย่างนี้เสมอๆและทำให้เราอยากปฏิบัติธรรม ผมก็ฝึกอย่างนี้
เมื่อถึงเวลาสว่าง สีเหลืองทองของผ้ากาวพัสตร์ของพระภิกษุสงฆ์นับหมื่น ที่แปรแถวรับบิณฑบาต ช่างงดงามเป็นดั่งถนนทองคำอย่างแท้จริง เมื่อเพลง “ชีวิตสมณะ ภาษาจีน” ดังขึ้น ชาวจีนและชาวไทยต่างน้ำตาไหล ด้วยความปลื้มปีติ นำภัตตาหารใส่บาตรทั้งน้ำตา มีเจ้าของธุรกิจในย่านนั้นบอกว่า ตั้งแต่อยู่เยาวราชมาห้าสิบกว่าปี ไม่เคยทำบุญอะไรปลื้มเท่าวันนี้
พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ประธานฝ่ายสงฆ์ ท่านเซอร์ไพรส์คนทั้งงานด้วยการประกาศว่า คณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี มีมติเห็นชอบขอร่วมบุญถวายปัจจัยคณะสงฆ์ 266วัด 4จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเงิน 2,552,000บาท เสียงสาธุการดังกระหึ่มพร้อมกับน้ำตาเย็นของผู้ที่มาร่วมงาน ต่างก็ปีติใจที่เห็นพุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว
แต่พอเมื่อพระภิกษุจำนวน 3,700กว่ารูป ได้เริ่มเดินบิณฑบาต ก็เหมือนกับมนต์สะกดให้สายตาทุกคู่ ต้องหันกลับมามองพุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกัน สายตาที่จ้องมองพุทธบุตรด้วยความศรัทธา น้ำตาแห่งความปีติก็ไหลล้นออกมาด้วยความปลาบปลื้ม มือทั้งสองก็ยกขึ้นพนมด้วยการแสดงความเคารพ
คณะพระสงฆ์ก็ต่างทยอยมากัน จนกลายเป็นมาเกิน มาแบบเกินความคาดหมาย ฝ่ายฆราวาสก็ไม่ยอมแพ้ ทะลุยอดไม่ต่ำกว่าหมื่นห้า เข้าพื้นที่กันมาทุกทิศทุกทางจนเต็ม ผู้คนนั่งซ้อนกันแล้วซ้อนกันอีก เราก็ขยายซาแลนด์แล้วขยายซาแลนด์อีก แต่ก็ยังมิอาจทัดทานได้ จำเป็นต้องใช้พลาสติกรองนั่งมาเพิ่มในที่สุด และที่สำคัญคือ เราจะสังเกตเห็นว่า คนใส่ชุดขาวมากันเยอะมาก
ทางทีมงานได้ฝากบอกถึงลูกๆพระธัมฯทั่วประเทศมาว่า “ถึงแม้การจัดงานตักบาตรในแต่ละครั้งจะเหนื่อย และลำบากสักแค่ไหน ก็ขอให้ลูกๆ พระธัมฯทุกๆ จังหวัด จงทำต่อไป เพราะถึงแม้ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหน ลำบากสักเพียงใด พอได้เห็นภาพประวัติศาสตร์วันนี้แล้ว ขอบอกว่า เหนื่อย...แต่คุ้มจริงๆ ในเมื่อโพธารามทำได้ ที่ไหนๆก็ทำได้”